個人檔案-= One Click with Mr Bal...相片部落格清單 工具 說明

-= One Click with Mr Ball=-

Don't worry Be Happy
第 1 張 / 共 85 張
29 July

นี่แหละ บทความที่ดีที่สุด ในปีนี้ของตรู

....ผมจะนำบทสัมภาษณ์ นายมาร์ติน วีลเลอร์. ชาวอังกฤษ ผู้มีปริญญาตรีเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยลอนดอน แต่มาปักหลักเป็น เกษตรกรไทย. มีลูก-มีเมียเป็นคนไทยอยู่ขอนแก่นขณะนี้ ให้อ่านเพื่อได้คิดกัน ซึ่งหนังสือ เราคิดอะไร. ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เขาตีพิมพ์ไว้ โดยเริ่มจากตอน
ท นิยามความรวยกับความจน

มันเป็นเรื่องแปลกนะที่ประเทศไทยคนยากจนมีหนี้สินเยอะ ที่อังกฤษมีแต่คนรวยที่เป็นหนี้สิน คนจนไม่มีหนี้ เพราะเขาไม่ให้คนจนยืมเงิน เนื่องจากกลัวจะไม่มีปัญญาใช้คืน จึงไม่มีสิทธิ์มีหนี้สิน แต่คนรวยยืมเงินได้ คำว่ารวยกับคำว่าจน มันคืออะไรกันแน่ (แต่บ้านเรากลับพยายามให้คนจนได้กู้ยืมเงิน เพื่อจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการยกยอล่อลวงด้วยหลักว่า นำเงินในอนาคตมาใช้. เลยเป็นหนี้กันทุกหย่อมหญ้า ยิ่งจนก็ยิ่งกู้ง่าย-ผู้คัดลอก)
ที่ขอนแก่นเขาว่าผมบ้าบ้าง ฝรั่งยากจนบ้าง ฝรั่งตกอับบ้าง ฝรั่งขี้นก ฝรั่งไม่มีเงิน แต่ผมบอกว่าไม่ใช่ ผมรวยนะ เขาถามว่ารวยได้ยังไง ผมบอกว่า
๑.ผมมีบ้าน ผมทำบ้านเล็กๆ เป็นกระท่อมน้อยๆ เอาหญ้ามามุงหลังคา ชาวบ้านเขาเรียกว่า เถียงนา. ไม่ใช่บ้านหรอก ผมบอกว่าใช่ มันบ้านของผม ไม่ใช่บ้านเจ้านาย ราคาหนึ่งหมื่นสองพันบาท อยู่ได้ครับ มันกันแดด-กันฝนได้ แค่นั้นผมก็รวยแล้ว
๒.มีที่ดินแค่ ๖ ไร่เท่านั้นเอง ที่นั่นเขาบอกว่ากระจอก มีนิดเดียว แต่สำหรับฝรั่งมันเยอะมาก จริงๆผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ เป็นพื้นฐานของชีวิตเราต้องมีที่อยู่อาศัยเป็นของเรา ไม่ใช่ของเจ้านาย เพราะว่าถ้ามันเป็นของเจ้านาย เราต้องไปหาเงินให้เขา ถ้าเราไม่มีเงินเขาก็ไล่เราออก เราไม่มีที่อยู่นะ เพราะฉะนั้น ต้องมีบ้านเป็นของตัวเองไว้ก่อน ซึ่งผมก็มีบ้าน คิดว่าลูกของผมจะต้องมีบ้านแน่ๆด้วย
เรื่องเกษตรผมทำไม่เก่ง แต่ที่ทำได้ง่ายคือปลูกต้นไม้ ไม้ประดู่ ไม้สะเดา ไม้ยาง ปลูกไว้ให้ลูกสร้างบ้าน ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้โตเร็วมาก แค่ ๒๕-๓๐ ปี ตัดได้แล้ว ไม่เหมือนอังกฤษ ๒๐๐ ปี ได้เท่านี้เอง เพราะอากาศเย็น เป็นเรื่องแปลกที่คนไทยจะบ่น โอ๊ย....มันร้อนๆ ผมว่ากลับเป็นเรื่องดี แสงแดดเยอะจะทำการเกษตรได้ตลอดเวลา ๑ ปี ทำได้ทุกวัน แต่คนไทยจะบ่นว่าร้อนๆๆ ไม่เอา...ไม่เอา..อยากเป็นคนผิวขาวดีกว่า แต่คนอังกฤษเขาถือคนผิวขาวเป็นคนจน เพราะว่ามันไม่มีปัญญาจะไปเมืองนอก ซึ่งกลับกันเลย แม้แต่พ่อของผม เขาก็ยังมีเครื่องอาบแดดเพื่อให้ผิวเป็นสีแทน ให้ดูแบบคนมีสตางค์ แต่คนไทยกลับอยากมีผิวขาว (ยิ่งขาวอมชมพูด้วยยิ่งดี ไม่มองข้อเท็จจริงที่ว่า เราเป็นชาวผิวคล้ำเพราะธรรมชาติ ที่ร้อนและแสงแดดจัด กลับไปฝืน ไปพอก ไปทา หมดเท่าไรไม่ว่า โฆษณากันดื่นจอทีวีเกือบตลอดเวลา ธรรมชาติไม่โกหกหรอกครับ สักวันหนึ่งจะเห็นผลของการที่พยายามต่อต้าน-ฝ่าฝืน-ขัดขืนธรรมชาติในข้อนี้-ผู้คัดลอก)
o วิธีคิดไม่ธรรมดาของมาร์ติน วีลเลอร์

ผมมีลูก ๓ คน ชาย ๒ หญิง ๑ สิ่งสำคัญที่สุด ๒ เรื่องในชีวิตของเราคือ ๑. ต้องมีบ้านเป็นของตนเองให้ได้ จึงจะถือว่าชีวิตประสบความสำเร็จ ๒. ต้องมีงานทำทุกวัน ไม่ได้จำกัดว่าเป็นงานอะไร แต่ขอให้มีงานทำทุกวัน ชีวิตจึงจะไม่สูญเปล่า วิธีเดียวที่รับประกันได้ว่าลูกมีงานทำ คือการมีที่ทำกินให้เขา และเราต้องช่วยให้เขาทำเป็น ผมคิดว่าคนชนบทจริงๆ ใครมีที่ดินทำกินแล้วจะไม่ตกงาน เว้นแค่คนขี้เกียจ ซึ่งบางคนมีที่ดินเยอะ แต่ไม่ยอมทำ ถ้าเราสั่งสอนให้ลูกรู้จักทำมาหากิน เขาก็ไม่ตกงาน
ผมถือว่างานที่อิสระและมีประโยชน์มากที่สุดคืองานเกษตร ซึ่งช่วยให้เรากินอิ่มทุกวัน คนอังกฤษกินไม่อิ่มเยอะมากนะ ผมไม่อยากให้ลูกของผมอดอาหาร อยากให้ลูกกินอิ่มในลักษณะที่ส่งเสริมสุขภาพด้วย กินอาหารที่ไม่มีสารพิษ กินอาหารแบบเรียบง่ายก็ได้ แต่อิ่มทุกวัน เมื่อมีบ้าน มีงาน มีอาหาร ลูกของผมก็จะรวยที่สุด....ฯลฯ (คนไทยกี่คนครับ ที่คิดๆได้อย่างนี้..ผู้คัดลอก)
ง จุดอ่อน-จัดแข็งของคนไทย

ผมคิดว่าคนไทยส่วนมากยังไม่เข้าใจระบบทุนนิยม เห็นฝรั่งที่ไหนก็คิดว่ารวยหมด คิดว่าการพัฒนาในระบบทุนนิยม จะทำให้ทุกคนมีเงิน ไม่เข้าใจว่าประเทศที่พัฒนาระบบทุนนิยมนานแล้ว เช่น อังกฤษ สหรัฐ มีปัญหาเยอะมาก แต่คนไทยก็คิดว่าเมืองนอกดีกว่า อันนี้จุดอ่อนครับ คือคนไทยสนใจเมืองนอก ไม่ได้สนใจประเทศไทย ผมเป็นฝรั่ง คุณเลยนั่งฟังผม ถ้าผมเป็นชาวบ้าน คุณจะไม่สนใจผม อันนี้เป็นจุดอ่อน(ตรงและถูกใจผมจังเลย...ผู้คัดลอก)
แต่จุดแข็งคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แผ่นดินประเทศไทยอุดมสมบูรณ์มากๆ มีดินเยอะมาก น้ำเยอะมาก แสงแดดเยอะมาก ทำเกษตรอยู่รอดแน่ ใครๆก็อยากได้ประเทศไทย ผมก็ได้ถึง ๖ ไร่
คนไทยโชคดีมากๆ ที่ได้ในหลวงเป็นผู้นำ พระองค์ท่านเป็นคนที่ทำงานหนักมาก เพื่อช่วยให้คนได้คิด ช่วยให้คนอยู่ได้ จะหากษัตริย์ในประเทศอื่นไม่ค่อยมีแบบนี้ ปัญหาคือคนไทยส่วนมากนับถือในหลวง แต่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสอนของในหลวง พระองค์ท่านบอกว่า ๒๗ ปี ถึงเศรษฐกิจพอเพียง แต่คนไทยไม่รู้จักพอเพียง
เอาอย่างเดียว ถึงยกมือไหว้ในหลวง แต่เวลาดำรงชีวิต ไม่ได้ทำตาในหลวง ก็ในหลวงบอกไว้แล้วว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเสือ ขอให้มีอยู่มีกินไว้ก่อน
ถ้าทุกคนเริ่มคิดจริงๆถึงสิ่งที่ในหลวงพูด เราน่าจะช่วยให้ประเทศไทยอยู่ได้ เพราะความคิดของในหลวงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ต้องอาศัยพลังแผ่นดิน ทำได้เฉพาะประเทศไทยนะ เศรษฐกิจพอเพียง ที่อื่นทำไม่ได้หรอก เพราะเขาไม่มีที่ดิน ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติเยอะเหมือนประเทศไทย
พวกคุณโชคดีที่ได้แผ่นดินดีๆ ได้ผู้นำ(ในหลวง)ที่ดีด้วย และเรื่องที่ ๓ เรื่องศาสนาผมคิดว่า ศาสนาพุทธมีความสำคัญมากๆ สำหรับคนไทย ไม่ใช่แค่นับถือไหว้พระ แค่นั้นไม่พอ แต่อยู่ที่การปฏิบัติด้วยนะ มักน้อย สันโดษ พอเพียง ธรรมะคือธรรมชาติ เป็นเรื่องง่ายๆ พึ่งตนเองก็ได้ ปรัชญาของศาสนาพุทธ ทำได้นะ แต่คนไทยจำนวนน้อยที่เข้าใจ (เราท่านเห็นอย่างที่ฝรั่งท่านนี้เห็นกันบ้างไหมครับ-ผู้คัดลอก) จริงๆ แล้วศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ออกแบบให้เหมาะสมสำหรับคนบ้านนอก ให้ใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติ โดยไม่ทำลาย ไม่เอาเปรียบ แต่ให้เราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ (ขออนุญาตเห็นเพิ่มเติมว่า ไม่เฉพาะแต่ชนบท แต่เหมาะกับมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถที่จะไม่ทำลาย ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งเพื่อนมนุษย์ ซึ่งก็เป็น ธรรมะ-ธรรมชาติในตัวเองด้วยเหมือนกันครับ-ผู้คัดลอก)
ง อยากบอกอะไรคนไทย

คุณโชคดีมากๆที่เกิดในประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องไปรบกับใคร ไม่ต้องไปเอาน้ำมันจากใคร ไม่ต้องไปเบียดเบียนคนอื่น ประเทศไทยอยู่ได้ กินอิ่ม มีเหลือแจกด้วย อย่าไปคิดเรื่องเงินอะไรมาก อย่าลดคุณค่าความเป็นไทยของตัวเองลง คนไทยส่วนมากนิสัยดีจริงๆ คนไทยมีน้ำใจ หายากนะ
คนไทยมีพระเจ้าอยู่หัว มีแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ มีศาสนาพุทธที่ดีมาก ทั้ง ๓ อย่างนี้ พยายามรักษาเอาไว้ให้ได้
ชีวิตที่ไม่ทะเยอทะยานเกินไป คือชีวิตที่มีคุณภาพ ชาวบ้านทุกคนทำได้ ผมเองถึงยังทำไม่สำเร็จ แต่มั่นใจว่าจะทำได้แน่ในอนาคต ถ้าผมทำได้ คนอื่นก็คงทำได้ง่ายกว่าผมเยอะ ทุกอย่างอยู่ที่เรา ถ้าเราไม่อยากได้อะไรมากเกินไปในชีวิต ชีวิตมันก็ง่าย พยายามทำชีวิตให้มันง่ายขึ้น อย่าให้มันสับสน อย่าให้มันลำบาก พยายามรักษาสิ่งแบบนี้ให้ดี และอย่าเชื่อฝรั่งมากเกินไป.............
ครับ....เมื่อไหร่ล่ะ ที่คนไทยจะเปลี่ยนพฤติกรรม เคารพในหลวง. ด้วยปาก มาเป็น เคารพในหลวง. ด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่าน

เพื่อนร่วมโลกทุกท่านครับ
ผมใช้เวลา ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที ในการพิมพ์ข้อความข้างต้น และได้ให้ลูกกับภรรยาอ่านบทความนี้ด้วยแล้ว หลังจากนี้ จะนำข้อความบางส่วนที่ทำตัวหนาไว้ จัดทำเป็นแผ่นใส เพื่อบรรยายตามชั้นเรียนต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งแต่วันที่ ๙ มิ.ย.นี้เป็นต้นไป ด้วยหวังจะช่วยกันปลุกคนไทยบางคนที่ยังหลับใหล ยังไม่เป็น พุทธ. คือ ไม่ตื่น ไม่รู้ ไม่เบิกบาน แต่ตรงกันข้าม กลับบานและเต็มไปด้วยหนี้สิน ความทุกข์ ตัณหา ๑๐๘ อย่างทุกวันนี้ (คำว่าตัณหา ๑๐๘ นี้ ไม่ใช่สำนวนเขียนเล่นโก้ๆนะครับ เมื่อวานเพิ่งอ่านเจอว่า ตัณหาในทางพุทธศาสนา มี ๑๐๘ อย่างจริงๆ และเราท่านก็ต้องเจอะเจอกับมันทุกวัน มากบ้างน้อยบ้าง แล้วจะไม่เป็นทุกข์ได้อย่างไรกันครับ
อ่านแล้วได้ประโยชน์หรือมีความเห็นเพิ่มเติมอย่างไร เขียนไปคุยกันบ้างก็ดีนะครับ
8 July

วินนิ่งมั้ยสาดดดดดด

การ Control + การส่ง

1. กด L1+R1 เล่นเร็วแต่ต้องรีบกดอนาล็อคทิศทางที่จะเล่นเร็วน่ะครับ ไม่งั้นมันจะส่งไปข้างหน้าอย่างเดียว
2. เทคนิคการถ่วงเวลาไปที่มุมธงกด R2 ผู้เล่นจะเอาตัวบังบอลฝ่ายตรงข้าม
3. เวลากด x ส่งบอล ถ้ากดค้างจะเป็นการส่งตัวที่อยู่ไกลที่สุด
4. เช่นเดียวกับการกดสามเหลี่ยม กดค้างจะส่งตัวไกลที่สุด
5. การบังคับโกล์!!! ในตอนที่เราเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ กดสามเหลี่ยม+L1 แล้วเราก็ สามารถขยับโกล์ได้อย่างอิสระครับ
6. คุณเคยประสบปัญหาเหล่านี้หรือไม่ เวลาส่งบอล นักเตะที่รับบอลชอบวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ใช่หรือไม่ ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพียงคุณกด R1+R2พร้อมกัน นักเตะจะมีอิสระในการเคลื่อนที่ คุณสามารถวิ่งมารับบอลตัดหน้าฝั่งตรงข้ามได้
7. Super Cancel
บางคนอาจหงุดหงิดกับการที่ไม่รู้ว่ากดยกเลิกส่งทำไง คือถ้าเรา กดส่งเเล้ว เราคิดยกเลิกกระทันหัน(ถ้ามันยังไม่ส่งนะ) ให้กด R1+R2 พร้อมกันครับ นักเตะจะเลี้ยงต่อ ใช้ได้กับทุกกรณีแม้กระทั่งยิงหรือเปิด(ใช้กับยิงหรือเปิดมีประโยชน์มากเนื่อง จากมันจะไม่จิกหลอก ทำให้ไม่เสียเวลา.
8. Marseille Roulette
หมุนR3 ขณะเลี้ยงบอล(อนาล็อคด้านขวาเป็นวงกลม จะหมุนทวนเข็มหรือตามเข็มนาฬิกาก็ได้)
9. ขณะที่เลี้ยงบอลอยู่ ถ้ากด R1 จะเป็นการหยุดบอลทันที หลังจากหยุดแล้ว สามารถกดR1วิ่งต่อได้เลย วิธีนี้จะสร้างความแปลกใจให้คู่แข่งได้ แต่ระวังใช้บ่อยอาจจะโดนจับทางได้
10. ขณะเลี้ยงบอลอยู่ เมื่อโดนเสียบให้เรากด R2 จะเป็นการกระโดดหลบ
11. ขณะวิ่งเลี้ยงบอลอยู่ ให้เรากด R2พร้อมปุ่มทิศทาง โดยที่ยังกดปุ่มR1วิ่งค้างอยู่ด้วยนะครับ จะเป็นการกระชากไปตามทิศทางที่เรากด บอลจะเลยตัวไปไกล แต่เราจะวิ่งได้เร็วขึ้น (ก็บอลไม่ได้อยู่กับตัวเรานิ)
12. เวลาบอลลอยกลางอากาศ(ไม่ว่าโกล์จะเตะมาหรือเพื่อนเปิดมา) ห้ยกด R2 ค้างไว้จะควบคุมนักเตะคนอื่นได้ครับ แต่สำหรับคนที่เล่นใหม่ๆจะคุมยากนิดนึง สำหรับคนที่คุมเปนจะแย่งโหม่งลูกที่โกล์เตะมาได้มากก่า 90% ครับ(รับรองว่าโหม่งได้มากก่าพวกที่กด x ย้ำๆแน่นอน) ยิ่งถ้าเบียดกานอยู่อันนี้แย่งโหม่งได้เกือบแน่นอน ส่วนลูกที่เพื่อนเปิดมาต้องอาศัยความชำนาญค่อนข้างมาก
13. cross จากด้านข้างมีปะมาน 3 แบบครับ เอาไปฝึกคู่กะกด R2 ค้างได้เรย
-กด o 1 คั้ง ลูกจะลอยโด่งและสูงข้ามหัวกองหลัง แต่เอาไปแย่งโหม่งกานเอง
-กด o 2 คั้ง ลูกจะพุ่งแรงและเรว ถ้าได้โหม่งจะเปงแบบพุ่งโหม่ง(ตอปิโด) หรืออาจจะยิงแบบวอลเลย์(โดยส่วนตัวผมชอบอันนี้)
-กด o 3 คั้งจะเปิดเลียดมา แบบตวัดมาหั้ยตงกางแล้วเข้าฮอส ถ้าได้เข้าฮอสโอกาสได้ปะตูสูงแบบอลังการ แต่โดนส่วนตัวผมว่าใช่ยาก ผมว่ากด x หรือสามเหลี่ยมแทนมิดีก่าหรือ


Shoot +การเข้าทำประตู

1. กดยิงเสร็จให้กดสามเหลี่ยมตาม จะทำให้ลูกแรงขึ้น(ยังไม่เคยรอง)
2. กดยิงเสร็จให้กดสาR2ตาม จะยิงแปเน้นทิศทาง
3. กด R3 ขึ้นลง ลูกบอกจะเด้งจากพื้นทำให้สามารถยิงแบบฮาร์ปวอลเลย์ได้ และรับยาก
4. เลี้ยงบอลมาแถวกรอบเขตโทษด้านข้างบริเวณเกือบสุดเส้น กดโยนยาว 2 ครั้ง
ส่วนศูนย์หน้ารีบกด R1 ค้างไว้ แล้วกดยิง ถ้าลูกมาโด่งศูนย์หน้าจะโหม่งแต่ถ้าลูกมาขนาดหน้าอกจะพักอกและกระโดดวอลเลย์ด้านข้าง
5. เวลาอยู่นิ่งๆให้ลองกด L1+R1ดูครับ นักเตะจะเขี่ยลูก ประมาณว่าพร้อมยิงเต็มที่ แล้วกดหวดไปเลยครับ เกือบเต็มหลอด ลูกจะพุ่งแรงมาก ข้อเสียของวิธีนี้ คือค่อนข้างช้า กว่าจะจัดแจงท่าได้ กองหลังฝ่ายตรงข้ามก็เข้ามาแย่งไปแล้ว
6. เวลาที่เราจะหลอกยิง หลอกเปิด โดยการกด x หลังกดสี่เหลี่ยมหรือ oนั้น สามารถบังคับทิศทางการโยกหลบได้ โดยกด x+ปุ่มทิศทางที่ต้องการให้โยกหลบไป
7. back flipโดยหันหลังให้โกล์กดL1+สี่เหลี่ยมลองไปใช้ดูกานครับ

Freekick

1. ยิงฟรีคิก ให้เข้าเสาแรก หันทิศทางที่ลูกจะไซด์เข้า กดแถบยิงประมาณ 40-45%
พอยิงเสร็จให้รีบกดทิศทางที่ลูกจะไซด์เข้า การยิงแบบนี้ลูกจะผ่านกำแพงแล้วไซด์เข้ามุมบนครับ
2. วิธียิงฟรีคิกให้ลูกย้อย แต่เบา(ใช้กรณี ได้ฟรีคิกระยะใกล้) ให้กดยิงพร้อมกับกดลงข้างไว้ พอจังหวะที่คนยิงฟรีคิกเท้าสัมผัสลูกให้กด x ทันที ลูกจะเหมือน
ไดร์วชู๊ตของซึบาสะประมาณนั้น
3. คนที่ยิงฟรีคิกได้โค้งมากที่สุดในเกมนี้เป็นโรแบร์โต้ คาร์ลอสครับ(ไซด์ก้อยนะ ผมลองมาแล้ว ใกล้เคียงกับบานาน่าชู๊ตทีเดียว)
4. ยิงฟรีคิก
- ถ้าอยู่ใกล้ พอกด สี่เหลี่ยมและปล่อยปุ่มแล้ว ให้กดทิศทางไซ้ด์โป้งทันทีค้างไว้ เช่นยิงเท้าขวาให้กด ซ้ายค้าง ถ้าเท้าซ้ายก็กดขวาค้าง
- ถ้ายิงไกล ก่อนกด สี่เหลี่ยม ให้กด ขึ้นข้างไว้ด้วย
สรุป ขึ้นข้างไว้ กด สี่เหลี่ยม ปล่อยทั้ง2ปุ่ม กดทิศทางไซด์
5. เวลาที่ฝ่ายตรงข้ามปั่นฟรีคิก อันนี้ไม่ชัวครับ(จำไม่ได้)
-กดx กำแพงจะยืนนิ่ง
-กด o กำแพงจะวิ่งออกมา (ใช้กันพวกเขี่ยยิง)
-กด สี่เหลี่ยม กำแพงจะกระโดดครับ
แต่ถ้าไม่กดคอมจะสุ่มให้
และถ้ากด สามเหลี่ยม ค้าง โกล จะพุ่งไปหลังกำแพงทันทีที่ฝ่ายตรงข้ามยิงครับ เพิ่มโอกาสรับได้ค่อนข้างเยอะ(ในกรณีที่ฝั่งตรงข้ามยิงแบบข้ามกำแพง) แต่มันจะเข้าทันทีถ้าเรากดแล้วเขายิงอัดใส่เสาที่โกลของเรายืนอยู่ตอนเเรก
6. อันนี้เปนการหลอกเล็ง(ฟรีคิก)
คือในขณะที่เรากดยิงไปแล้ว ในขณะที่ภาพเปลี่ยนกลับมาเป็นมุมมองปกติ(คือช่วงที่นักเตะกำลังวิ่งเพื่อจะยิง) หากเรากด R1 ค้างไว้ มันจายิงไปทางขวา(มากๆ)จากที่เราเล็งไว้ครั้งเเรก แต่ถ้า L1 จะเปนทางซ้ายแทน (เช่น ผมเล็งเสาซ้ายไว้ เมื่อกดยิงเเล้วนักเตะกำลังวิ่งเข้ามายิง หากกด R1 ค้าง มันจะยิงไปทางขวาเลยซะงั้น ประมานว่าบางทีอาจเลยเสาขวาออกดื้อๆ )
วิธีนี้บอกให้รู้ไว้เฉยๆครับ มันใช้ยากมาก

เทคนิคเฉพาะและลูกเล่นสำหรับนักเตะบางคน

1. โรนัลดิญโญ่,โรนัลโด้,c.โรนัลโด้,อิบราฮิโมวิชสามารถใช้ฟลิปฟลอปได้ (ท่าที่หลอกว่าจะไปทางหนึ่ง แล้วตวัดขวาอย่างรวดเร็วแล้วไปอีกทางหนึ่ง) โดยกด r2 2ครั้ง
2. เวลาอยู่กับที่ กด L1 หรือ R2 จะเป็นการยกขาโยกหลอก
3. เวลาอยู่กับที่ ให้กด ถอยหลัง(<--)+r2 จะเป็นการดึงบอลถอยหลังครับ เท่มาก
ซึ่งโอกาสหลอก50-50ครับ ถ้าคอมต่ำกว่า3ดาวลงไปมักไม่มีผล ใช้ได้กับ5หรือ6เหมือนการจิกหลอกครับ
4. ท่านี้ใช้ระหว่างยืนอยุ่กับที่ และฝั่งตรงข้ามกำลังวิ่งเข้ามา โดยให้กดไปทางซ้าย/ขวา หรือขวา/ซ้ายของนักเตะ ให้กดติดกันเลย เช่นถ้านักเตะของเราหันหน้าขึ้นด้านบน(ผมยกตัวอย่างนี้เพราะมันง่าย) ถ้าเราจะหลอกไปทางซ้าย ให้กดขวา ซ้ายต่อกัน (กดเรวๆนะครับ) นักเตะของเราจะโยกตัวและขาไปทางขวา แล้วแตะออกซ้าย (ท่านี้ผมว่าสวยมากครับ พอๆกับ R2 2ครั้งของโรนัลดินโญ่เลยครับ) ในทางกลับกันถ้าเรา กด ซ้ายขวา นักเตะจะโยกซ้ายแล้วแตะขวาครับ
5. ส่วนอันนี้มีมาเเต่ภาคเก่าเเล้วครับเอาไว้ใช้สวยๆเหมือนกับการยกขาหลอกอยุ่กับที่(หลอกไม่ได้นะครับโชวสวยๆ) คล้ายกับวิธีบนครับ แต่แทนที่จะกด ซ้าย/ขวา หรือขวา/ซ้าย ของนักเตะ ให้กด ขวาขวา หรือซ้ายซ้าย ครับ นักเตะจะก้าวขาหลอกไปด้านข้าง แค่นั้นเเหละครับ แต่ผมว่าท่าบนสวยกว่าเเละใช้ได้จิงครับ
 
 
พวกอ่อนๆ เอาไว้ฝึกนะ เหอ เหอ
25 June

หอยทอดเตาถ่าน หอยที่ทอดด้วยใจ

วันที่ : 18 มิถุนายน 2549
‘หอยทอดออส่วน’ ‘เตาถ่าน’ ไม่ธรรมดา

เรื่องราว “ช่องทางทำกิน” ที่ทางทีมงานจะนำเสนอในวันนี้ ได้รับการบอกต่อมาเป็นทอด ๆ ผ่านทางอีเมล์-อินเทอร์เน็ต แต่หากใครคิดว่าเป็นอาชีพประเภทล้ำยุค-ล้ำสมัยล่ะก็...คิดผิด เพราะเป็นการค้าขายอาหารที่คนทั่วไปรู้จัก ซ้ำยังปรุงแบบโบราณคือใช้เตาถ่าน แต่กระนั้นก็มีจุดเด่นที่น่าสนใจ...

“หอยทอดออส่วน...เตาถ่าน”
สิทธิศักดิ์  ฉายวิเชียร วัย 75 ปี คือผู้ที่ยึดอาชีพขาย “หอยทอด” ด้วย “เตาถ่าน” อยู่ที่ตลาดอุดมสุขพัฒนา เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า หัดทำอาหารมาตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ โดยติดตามแม่ซึ่งเป็นคนทำอาหารมาก่อน และมาแยกตัวเมื่อคุณแม่เสียชีวิตไป ซึ่งระหว่างที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่นั้นก็ได้เรียนรู้การทำอาหารทุกอย่าง ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน ฝรั่ง เพราะส่วนใหญ่ต้องทำอาหารในสถานทูตในคราวละมาก ๆ

นี่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่สำคัญจริง ๆ

“เคยเปิดห้องอาหารที่สุขุมวิท 68 ต่อมาขายร้านไป จึงมาเปิดห้องแถวขายหอยทอดในย่านตลาดอุดมสุขมาจนถึงปัจจุบัน” ลุงสิทธิศักดิ์กล่าว พร้อมทั้งบอกว่า การขายหอยทอดก็ไม่มีอะไรยุ่งยากมากมาย แต่ถ้ามีคนช่วยขายกัน 2 คน ก็จะทำให้เบาแรงลงไปมากกว่าที่แกทำขายอยู่

“ก็ขายได้มาเรื่อย ๆ นะ แต่เราทำช้าหน่อย อยากให้อาหารมีคุณภาพ และไม่เอากำไรอะไรมาก  อยากให้ได้กินของอร่อยกัน ลูกค้าก็ต้องใจเย็น ๆ จริง ๆ เพราะเราจะค่อย ๆ ทำไป  ไม่ได้ไปเร่งรีบอะไร”

มาดูกันว่า “หอยทอดออส่วน” ของคุณลุงเตาถ่านเจ้านี้ เขาทำอย่างไรกัน.....  

สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการขายคืออุปกรณ์หลัก ได้แก่ กระทะเหล็กทอดหอยทอด ขอย้ำว่าต้องใช้แบบ “อย่างหนา” เท่านั้น เพราะเตาถ่านข้างล่างจะเต็มไปด้วยถ่านก้อนใหญ่ ถ่านนี้ปัจจุบันราคา กก. ละประมาณ 25 บาท ซึ่งจะให้ไฟแรงมาก ๆ นอกจากนี้ การใช้กระทะเหล็กอย่างหนานั้นจะทำให้แป้งกรอบอร่อยอีกด้วย
 
วัตถุที่สำคัญก็คือ หอยแมลงภู่ จะใช้หอยตัวใหญ่ โดยจะซื้อมาเป็นถุง ถุงละ 5 กก. (รวมน้ำ) ราคาตอนนี้ราว 60 บาท คุณลุงบอกว่าการใช้หอยตัวใหญ่เพราะกินแล้วได้น้ำได้เนื้อ คนซื้อจะได้ไม่รู้สึกว่าเสียดายเงิน  ซึ่งในวันหนึ่ง ๆ จะใช้หอยแมลงภู่ประมาณ  6 ถุง หรือ 30 กก.

นอกจากนี้ เพื่อสร้างทางเลือก สร้างจุดขาย ยังมีการใช้ หอยนางรม ผสมด้วย ทำเป็น “หอยทอดออส่วน” หอยนางรมนี้จะใส่กระปุกพลาสติกมา ราคากระปุกละ 35-40 บาท จะใช้วันละ 8 กระปุก
 
ทั้งหอยแมลงภู่และหอยนางรมที่ซื้อมานั้น จะต้องนำมาล้างน้ำให้สะอาดอีก 2-3 ครั้ง เพื่อความสะอาด
 
ถั่วงอก จะใช้ประมาณวันละ 5 กก.  ใช้รองหอยทอดที่ผัดแล้ว ก่อนใช้นั้นต้องล้างให้สะอาดเสียก่อน แล้วนำไปผัดน้ำมันให้สุกบนกระทะหอยทอด ใส่น้ำปลา-น้ำตาลพอประมาณ เพื่อให้ถั่วงอกมีรสชาติขึ้นมาอีกนิดหน่อย
 
ไข่ไก่ ต้องเตรียมไว้ ซึ่งลูกค้าบางคนก็จะไม่ใส่ แต่บางคนก็อาจสั่งแบบใส่ก็ได้
 
แป้งอเนกประสงค์สำหรับหอยทอดโดยเฉพาะ ต้องนำมาผสมกับน้ำ ซึ่งลุงสิทธิศักดิ์บอกว่าไม่เคยกะเกณฑ์อัตราส่วน เพียงแต่อาศัยความชำนาญ โดยสัดส่วนของแป้งนั้นจะต้องไม่ข้น-ไม่เหลวเกินไป

การทอดหอยทอด เริ่มต้นด้วยตั้งกระทะให้ร้อน จากนั้นใส่น้ำมันพืชลงไป ทั่ว ๆ กระทะ เมื่อน้ำมันร้อนแล้ว ใส่หอยแมลงภู่และหอยนางรมผสมกันไม่เกิน 15 ตัวลงในตะบวย แล้วนำลงไปตักแป้งใส่ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำใส่ลงในกระทะ ทิ้งไว้สักพักเพื่อให้แป้งด้านล่างสุก แล้วค่อยตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ละเลงไข่แดงให้ปนกับไข่ขาว เมื่อแป้งด้านล่างสุกแล้วค่อยกลับอีกด้านลงไป ทอดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหอยทอดสุก เท่านี้ก็ตักขึ้นวางลงบนจานที่รองด้วยถั่วงอกผัดน้ำมันที่เตรียมไว้ก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว

เสร็จแล้วก็โรยหน้าด้วย พริกไทย และ ต้นหอม-ผักชีซอย เสิร์ฟพร้อม น้ำจิ้มหอยทอดสำเร็จรูป สามารถขายได้ในราคาจานละ 30 บาท โดยลูกค้าไม่บ่นว่าแพง  

“หอยทอดออส่วน 1 จาน จะมีหอยประมาณ 15 ตัว  ซึ่งได้กำไรไม่มาก ร้านอื่น ๆ โดยทั่วไปจะใส่หอยไม่ถึง 10 ตัว” คุณลุงหอยทอดเตาถ่านกล่าว

และยังบอกอีกว่า ในวันหนึ่ง ๆ ถ้าทำขายโดยเตรียมของตามปริมาณที่กล่าวมาข้างต้น จะใช้เงินลงทุนประมาณ 2,500 บาท ซึ่งขายหมดแล้วก็ได้กำไรไม่เกิน 500 บาท เพราะขายถูก ซึ่งหากใครที่จะขายแบบนี้แล้วจะให้ได้กำไรมากกว่านี้ ก็คงต้องลดต้นทุนในเรื่องของปริมาณหอยที่ใส่ และเรื่องของถ่าน ตรงนี้ก็สุดแท้แต่“หอยทอดออส่วน-เตาถ่าน” เป็นอีกเมนู “ช่องทางทำกิน” ที่อาจจะสร้างจุดขายที่ดีให้กับใครที่กำลังสนใจอาชีพการขายหอยทอด และหากใครจะอุดหนุน-จะพิสูจน์รสชาติตามสูตรของ ลุงสิทธิศักดิ์ ก็ไปได้ที่ห้องแถวในตลาดอุดมสุขพัฒนา ย่านสุขุมวิท 101 ลุงแกจะขายวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.

ไปแล้วหาร้านไม่เจอก็โทรศัพท์สอบถามได้ที่ 0-2747-4896.
 
 
ใครจำ "คุณลุง หอยทอดเตาถ่าน"  ที่มีร้านขายหอยทอดอยู่ที่ซอยอุดมสุข ได้บ้าง

...

คุณลุง คนเดียวกันกับ คุณลุง ที่เป็นที่เลื่องลือในจตุจักร และสวนลุม เมื่อหลายเดือนก่อน

คุณลุง คนเดียวกันกับที่หลายคนเคยนัดรวมพลกันไปทานหอยทอดในวันเสาร์ - อาทิตย์

...


วันนี้ คุณลืม "คุณลุง" ไปหรือยังคะ


...

จริงๆ คุณลุงเค้าก็น่าจะ 80+ แล้วค่ะ สมควรเรียกคุณตามากกว่า แต่ด้วยความที่ยังดูแข็งแรง พูดจาคล่องแคล่ว ก็ขอเรียกว่าคุณลุงก็แล้วกันนะคะ

เมื่อวานได้มีโอกาสแวะไปทำธุระแถวซอยอุดมสุข ก็เลยไปอุดหนุนหอยทอดที่ร้านคุณลุงซะหน่อย

ตอนแวะเข้าไป ไม่ได้หวังอะไรมากมายกับรสชาติค่ะ คิดว่าอยากไปช่วยอุดหนุนเฉยๆ


เข้าไปถึงตอน บ่ายๆ 2โมงกว่า เกือบ 3โมง แล้วค่ะ

เดินคุยโทรศัพท์เข้าไปในร้าน  เห็นคุณลุงหันหลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรอยู่สักอย่าง เลยเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วก็สั่งหอยทอด

คุณลุงหันมามองทำหน้าแปลกใจ เราเลยตกใจว่า เรามาช้าไปหรือเปล่า

"อ้าว ..จะเก็บร้านแล้วหรอคะ" เราถามคุณลุง

"เปล่าครับ พอดีกำลังจะผัดถั่วงอก"

"อ๋อค่ะ" เรายิ้มดีใจ นึกว่าจะผิดหวังซะแล้ว

"จะเอาหอยแบบไหนดีครับ เอาแต่หอยนางรม หรือจะเอาผสมกัน"

"ตามใจคุณลุงเลยค่ะ เอาแบบที่คุณลุงว่าอร่อยอะค่ะ จัดมาเลย" เราตอบไปแบบไม่ได้สนใจคุณลุงมากนัก พอได้ที่นั่งแล้ว เราก็คุยโทรศัพท์ต่อ

พอหอยทอดเสร็จ เราก็วางสายพอดี หันมามองหอยทอดหน้าตาน่าทานในจาน ยิ้มกว้างให้คุณลุง

คุณลุงเดินไปรินน้ำ และเปิดพัดลมให้ พลางชวนคุย ... "คุณมาจากไหนครับ"

เราหันไปมองหน้าแบบ งงๆ ในคำถาม

"มาจากพันทิพย์ หรือ ...." (เราได้ยินอีกชื่อนึงไม่ถนัด แต่เข้าใจว่าอาจเป็นชื่อเวป หรือชื่อหนังสือที่เคยแนะนำร้านคุณลุง)

"อ๋อ .. อ่านมาจากพันทิพย์ค่ะ" เราตักหอยทอดคำแรกเข้าปากแล้วยิ้มกับตัวเอง

เป็นหอยทอดจานแรกในชีวิตเท่าที่เคยทานมา ที่มันไม่อมน้ำมัน แป้งกรอบ และหอยยังนุ่มน่าทาน ถั่วงอกผัดกำลังดี ไม่ดิบ ไม่สุกเกินไป


...ประทับใจมาก มาก...


คุณลุงเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆ โต๊ะตัวที่อยู่เยื้องๆ กันกับที่เรานั่งแล้วก็ชวนเราคุยต่อ "มาจากพันทิพย์ ดีเลยครับผมมีเรื่องอยากจะปรึกษาท่านพอดี"

"คะ?" เรางง ตรงคำว่า ท่าน นี่แหละ - -""

"คือว่า ท่านเป็นคนมีความรู้มาก คงจะช่วยแนะนำผมได้ นี่คุณอยู่กับท่านเลยหรือเปล่าครับ"

"..." เราส่งสายตา blank blank ไปยังคุณลุง (ลุงเล่นมุขอะไรกับนู๋จ๊ะเนี่ย  ฮือออ... นู๋งงไปหมดแล้ว U_U) อันนี้มา get เอาทีหลังค่ะ ว่าที่คุณลุงเรียกท่านเนี่ย คุณลุงหมายถึงพันทิพย์ค่ะ คือเท่าที่คุยกัน คุณลุงดูจะเข้าใจสับสนอยู่นิดๆ ว่าพันทิพย์เนี่ย จะประมาณเจ้าขุนมูลนายสมัยก่อนอ่ะค่ะ ประมาณว่าเราเป็นคนของท่านพันทิพย์ อะไรแบบนี้ .. อ่ะๆ มาฟังคุณลุงต่อนะคะ


"คือตอนนี้มีคนว่าผมมากเลย ว่าไม่รักชาติ"

"ห๋า" เราผงะ

"เค้าว่าผมทำลายป่า ไม่รักต้นไม้ ใช้ถ่านมาทอดหอยขาย"

"อ้าว ทำไมเป็นงั้นอะคะ"

"ตอนนี้มีคนเอาไปเลียนแบบครับ เค้าใช้ถ่านทอดหอยกันหมดแล้ว ไม่ใช่มีผมคนเดียวที่ทำ แต่คนที่ไปลองกินมาเค้าก็กลับมาบอกว่า ได้แต่กลิ่นถ่านอย่างเดียว ฝีมือไม่ได้"

"ก็น่าจะจริง เพราะฝีมือมันเลียนแบบกันไม่ได้ นู๋ชอบดูรายการทำอาหาร รู้เคล็ดลับเยอะแยะ ยังทำอาหารไม่ได้เรื่องเลย แหะ แหะ" เราหัวเราะแกนๆ แต่คุณลุงทำหน้าจริงจัง ..

"อร่อยสิ มันมีเคล็ดลับ ผมรู้หมด ถ้าเรารู้เคล็ดลับ ก็ทำอาหารอร่อย อย่างพวกอาหารฝรั่งนี่ทำง่าย เคล็ดลับไม่มาก" เรายิ้มแหยๆ พลางตักหอยทอดเข้าปากเงียบๆ (ก็เรื่องอาหาร นู๋มันไม้ได้เรื่องจริงๆ อ๊ะ U_U)

"ผมว่า ผมจะเปลี่ยนมาใช้แก๊ซดีมั้ย เมื่อตอนที่น้ำท่วม ผมโดนว่าตลอดเลย คนเดินผ่านไปผ่านมาก็ว่าผม"

"เป็นงั้นไป ..."   เราอึ้งๆ เหลือบไปมองถ่านที่คุณลุงใส่เข้าไปในเตาตอนที่ผัดหอยทอดให้เรา .. มันยังคงร้อนระอุลุกแดงอยู่ .. ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นเล็กๆ ในใจเรา .. ถ้าเพียงแต่เรามาก่อนหน้านี้ ในช่วงเวลาที่ลูกค้าคนอื่นๆ เค้ามากัน .. ถ่านแดงที่เหลืออยู่ก็คงไม่ต้องไร้ประโยชน์ เหมือนอย่างที่มันเป็นในตอนนี้

"ผมรักต้นไม้นะ เมื่อก่อนผมก็ปลูกต้นไม้เลี้ยงกล้วยไม้ ผมรักธรรมชาติครับ .. ผมเลยอยากจะเรียนปรึกษาท่านดู ว่าผมควรจะทำยังไงดี จะไปใช้แก๊ซดีมั้ย นี่ก็เห็นว่าในหลวงท่านทำถ่านออกมา แต่ก็ยังไม่มีขายครับ แต่ท่านทำออกมาแล้ว"

"พวกถ่านประดิษฐ์อะไรแบบนั้นอ่ะหรอคะ"

"ครับ ถ่านที่ไม่ได้ใช้ไม้จริงๆ" คุณลุงลุกไปที่ถุงถ่านของแก หยิบถ่านออกมาให้เราดู "พวกนี้เป็นถ่านจากไม้ก่อสร้างนะครับ ไม่ใช่ไม้เฟอร์นิเจอร์แบบนั้น" คุณลุงชี้ไปที่โต๊ะไม้ตัวเล็ก

"ถ้างั้นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา"

"แต่บางคนเค้าไม่เข้าใจ เค้าก็ว่า .. ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง จะไปใช้แก๊ซแทนดีมั้ย หรือยังไงดี ผมอยากให้ท่านช่วยแนะนำ ท่านมีความรู้มาก คงช่วยแนะนำผมได้"

เราตักหอยทอดคำต่อไปเข้าปาก พลางนั่งคิด .. เสนห์ของการใช้ถ่านทอดหอยทอดของคุณลุง วันนี้ได้กลายเป็นดาบ 2คม ไปซะแล้ว

"วันนี้คนเยอะมั้ยคะ"  เราเปลี่ยนเรื่องคุย พยายามคิดหาเรื่องที่น่าจะจรรโลงใจกว่า ในการสนทนา

"ไม่มีคนเลยครับ"  ... แป่ววว... เป็นงั้นไป ... อะไรกันเนี่ย อุตสาห์หวังว่าเปลี่ยนมาคุยเรื่องนี้แล้วจะได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของลุงแท้ๆ x_x

"..."

"ไม่มีคนมาหลายวันแล้วครับ ผมก็ยังสงสัยอยู่เลยว่าคนหายไปไหนหมด เมื่อก่อนคนแน่นทุกวัน ไม่มีที่จะนั่ง ทอดหอยไม่ทัน .. แต่หลายวันมานี่ไม่มีคนเลย"

"เอ่อ.. คงเพราะช่วงนี้เป็นวันหยุดยาวมั้งคะ เมื่อจันทร์ - อังคาร ก็เป็นวันหยุดพิเศษ เดี๋ยวพอเปิดงานก็คงคนเยอะเหมือนเดิมอะค่ะ" เราพูดปลอบๆ ลุงไป แต่จริงๆ ก็รู้อยู่แก่ใจว่า วันนี้เค้ากลับมาทำงานกันแล้ว

"แต่นี่ผมก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาล"

"อ้าว .. เป็นไรไปอะคะ"

"วันนั้นกินของบูดเข้าไป คิดว่าไม่เป็นไร ... คือมันหิวมาก ยังไม่ได้ทานอะไรเลย ไปซื้อแกงมา แกะจะทานก็ได้กลิ่นเปรี้ยวนิดๆ แต่หิวมาก แล้วคิดว่านิดหน่อยไม่น่าจะเป็นอะไร .. ทานเข้าไปพักเดียว อาเจียรหมด อ้วกออกมามีแต่น้ำ ปวดท้องคลานออกไปหน้าบ้าน"

"แล้วใครพาไปส่งโรงพยาบาลอะคะ"

"จ้างเค้าไปครับ จ้างคนขายของหน้าตลาดให้ไปส่ง 1พัน พาไปโรงพยาบาลA เค้าไม่รับ เพราะอาการหนัก พอไปถึงเค้าดูอาการแล้วก็ทำเรื่องส่งโรงพยาบาลB เลย"

"โห.." อึ้ง ค่ะ อึ้ง

"แต่โรงพยาบาลB นี่ก็ดีครับ เป็นโรงพยาบาลฟรี หมอ 2-3 คน มาดูแลตลอด ผมไปนอนอยู่ 15วัน ผอมเลย หายไป 10 กิโล"

"เวรกรรม ...เฮ้อ.." เหลือบไปมองหน้าคุณลุงเห็นรอยยิ้มเจื่อนๆ "ถือว่าฟาดเคราะห์นะคะ ไม่เป็นไรมากกว่านี้ก็ดีแล้วนะคะ"

"ฟาดเคราะห์.." คุณลุงหัวเราะ หึหึ ในลำคอ

พอคุณลุงหัวเราะแบบนั้น อิฉันก็เลยทำหน้าไม่ถูกเลย - -"  .. ก็เลยก้มหน้าก้มตาทานหอยทอดต่อไป

"แต่เมื่อก่อนคนเยอะจริงๆ" คุณลุงบ่นเปรยๆ

"อืม นู๋กลัวอยู่เหมือนกันว่ามันจะเป็นแบบนี้ เมื่อตอนที่นู๋รู้เรื่องก็ยังคิดเลยว่า ไม่อยากให้เป็นแบบ แห่กันมาตามกระแส แล้วก็วูบหายไป เพราะตอนคนเยอะๆ คุณลุงก็จะทำงานหนักไม่ได้พักผ่อน จะพาลไม่สบายเอา พอหมดกระแสคนเงียบหายไปคุณลุงก็จะเหงาเหมือนตอนนี้ .. นู๋อะอยากให้เค้ามากันเรื่อยๆ มากกว่า"

"แต่ก็ไม่สบายไปจริงๆ นะ"  คุณลุงพาซื่อ .. เราสองคนสบตา แล้วหัวเราะกันเบาๆ .. แล้วเราก็หม่ำหอยทอดคำสุดท้าย โอว ทานซะเกลี้ยงจานเลย อิอิ


"นี่คุณพอจะรู้มั้ยว่าใครเป็นคนช่วยเหลือผมคนแรก" คุณลุงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นในขณะที่เราดื่มน้ำ

"เท่าที่รู้ก็เป็นผู้หญิงอะค่ะ แต่รายละเอียดอื่นไม่รู้เลย รู้แต่ว่าเริ่มแรกผู้หญิงคนนั้นเค้ามาทำธุระแถวนี้แล้วหิว ก็เลยแวะมาทาน ติดใจฝีมือ ก็เลย fw เมล์ ส่งให้เพื่อนๆ แล้วมันก็ส่งต่อมาเรื่อยๆ แล้วก็มีคนรู้ว่าเป็นเรื่องจริง ก็เอามา post บนพันทิพย์ ก็เลยมีคนตามมาทานกัน

"ผมคิดว่าน่าจะเป็นคนที่สั่งปลาจาระเม็ด แล้วให้คุณผู้ชายมาจ้างผมไปจัดเลี้ยง"

"อ๋อ นั่นเค้าตามมาทีหลังแล้วมั้งคะลุง"

"คนนั้นก็ได้ครับ ผมอยากรู้ว่าเค้าเป็นใคร อยากจะจัดของสมนาคุณให้ชิ้นใหญ่ๆ"

"เค้าคงไม่อยากได้หรอกมั้งคะ แค่เค้ารู้แบบนี้ก็คงดีใจมากแล้ว"

"ผมว่า เค้าจะมาจากญาติทางแม่ผมหรือเปล่าก็ไม่รู้ มาช่วยเหลือผม"

แล้วคุณลุงก็พาเดินไปชมรูปที่แขวนไว้ เป็นรูปงานพิธีอะไรสักอย่าง .. เราปล่อยให้คุณลุงเล่าถึงอดีตที่คุณลุงภาคภูมิใจ แล้วเราก็คุยกันอย่างออกรส

คุยกันจนแดดร่ม .. เราอดใจไม่มองนาฬิกา เพราะไม่อยากให้คุณลุงคิดว่ารบกวนเวลาของเรา .. แม้เราจะมีธุระอื่นต่อ แต่ตอนนี้ สำหรับเรา คุณลุงสำคัญที่สุด เพราะหลังจากที่เราเดินจากคุณลุงไป เราเองยังสามารถหาความสุขของวันนี้ได้จากสิ่งต่างๆ รอบตัวเราอีก   แต่สำหรับคุณลุง .. การที่เราอยู่รับฟังเรื่องราวของแกในตอนนี้ อาจเป็นความสุขเดียวสำหรับวันนี้ของแกก็ได้ ..

แล้วก็ได้เวลาร่ำลากัน และเราก็สัญญากับตัวเองว่า เราจะแวะมาอุดหนุนคุณลุงอีกแน่นอน เท่าที่โอกาสจะอำนวย


...

ก่อนจากกันเรารับปากคุณลุงว่าจะมา post หา "ผู้มีพระคุณ" ของคุณลุงอะคะ



ถ้าใครรู้ตัว หรือรู้ว่าผู้มีพระคุณของคุณลุงเป็นใครก็ช่วยส่งข่าว หรือไปเยี่ยมคุณลุงบ้างนะคะ อยากให้คุณรู้ว่าคุณลุงเค้ายังระลึกถึงคุณอยู่เสมอค่ะ



ส่วนเพื่อนๆ ชาวสวนลุม .. ยังไงก็อย่าทิ้ง "คุณลุง หอยทอดเตาถ่าน" นะคะ  .. ช่วยกันมาขนาดนี้แล้ว ก็ช่วยๆ กันต่อไปนะคะ


อ่อ... ใครมีไอเดียเรื่องถ่านที่คุณลุงใช้ยังไง ก็มา post หรือแวะไปแนะนำ และอุดหนุนหอยทอดของคุณลุงกันได้นะคะ


ไม่รู้จะมีใครผ่านมาอ่านบ้างมั้ย แต่ไม่ว่ายังไงก็

...ขอบคุณค่ะ...


สู้ สู้ ^^v


ปล. ต้องขอโทษนะคะ หากว่าการ post นี้ดูจะผิดห้องไปหรือป่าวก็ไม่รู้ ไม่รู้จะไป post ที่ไหนดีค่ะ เพราะว่าตอนเริ่มเรื่อง ก็เห็นว่าเริ่มจากที่นี่ .. ถ้าไปรบกวนสายตาผู้ใดเข้า ก็ขออภัยด้วยนะคะ ^^
20 June

พอเพียงนะ ไม่ใช่อัตคัด ไม่ใช่ให้ประหยัดสุดๆ ไม่ใช่ให้เหนียว แต่ให้พอเพียง

เพื่อนๆ บางคนคงเข้าใจคำว่าพอเพียงคือการที่ต้องอยู่อย่างประหยัด อัตคัด กินมาม่าทุกมื้อ
 
จริงๆ อยากบอกว่ามีหลายคนคิดอย่างนั้น
 
เลยไปหาบทความมาให้อ่าน เพื่อที่เราจะได้เข้าใจที่พ่อสอนมากขึ้น เพื่อให้เพื่อนๆ บางคนได้เอาไปใช้
 
ได้อยู่กันพอเพียง ไม่ใช่เกินเพียง
 
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี
 
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ต้องการชะลอความเสื่อมสลายของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมแบบสุดโต่ง ในวิชาเศรษฐศาสตร์ทุนนิยมที่ใช้กลไกตลาดเป็นตัวจัดสรรทรัพยากร ผู้ผลิตจะเน้นกำไรเป็นเป้าหมายการผลิต คืออัตรากำไรยิ่งมากยิ่งดี นั่นคือหลัก MR =MC ที่เรียนๆ กันนั่นแหละ  เศรษฐศาสตร์เป็นวิชาที่สอนกันโดยไม่มีเรื่องศีลธรรมคุณธรรม ทุนนิยมเป็นระบบใครมือยาวสาวได้สาวเอา คนอ่อนแอต้องล้มเลิกกิจการ พวกที่มีทุนหนาก็อยู่ได้ โดยไม่ต้องสนใจว่าทุนที่ได้นั้นมาจากไหน ผู้ประกอบการจะขยายการลงทุนจนการผลิตได้อัตรากำไรสูงสุด (profit maximization) ลองคิดดูเศรษฐกิจจะวุ่นวายทำให้ประชาชนเดือดร้อนขนาดไหนถ้าผู้ผลิตไม่ว่าเล็กหรือใหญ่คิดเอาแต่ได้อย่างที่ว่าไว้ ตรงนี้แหละที่แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงถูกนำเข้ามาใช้แทรกในเศรษฐกิจทุนนิยม (คือเศรษฐกิจที่ใช้ตลาดเป็นตัวจัดการทรัพยากร หรือหลัก demand-supply นั่นเอง)

คำว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" จึงไม่ได้หมายความให้เราอยู่อย่างอัตคัดขัดสน หรืออยู่แบบพระไม่สนใจความก้าวหน้าของโลก หลายคนโดยเฉพาะนักการเมืองตีความกันแบบนี้ เลยเข้าใจกันว่าถ้ามีเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ไม่ต้องส่งออก ไม่ต้องนำเข้า ให้อยู่แบบอาบน้ำวันละ 5 ขัน ฯลฯ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อน้ำมัน (ขณะนี้มูลค่าส่งออกที่ได้ต้องเอาไปซื้อน้ำมันส่วนใหญ่) เศรษฐกิจพอเพียงมันสามารถแทรกอยู่กับระบอบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ คือถ้าทุกคนมีแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในใจ ธุรกิจของเขาจะเป็นไปอย่างราบรื่น เขาจะอยู่อย่างสบายใจ อยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มองแรงงานเป็นปัจจัยการผลิต แต่มองเขาอย่างมนุษย์ นี่เป็นปรัชญาประดุจเพชรล้ำค่าที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าพระองค์ท่านให้อะไรแก่ประชาชน นักวิชาเกินก็ว่ากันไปคนละทางสองทาง เอาเป็นว่าสังคมที่มีคุณธรรมจะเป็นสังคมที่เกิดเศรษฐกิจพอเพียงได้ง่ายกว่าสังคมที่ไม่มีคุณธรรม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้พวกฝรั่งที่เป็นต้นตำหรับเจ้าทฤษฎีจากตะวันตกก็ไม่เคยคิดมาก่อน พวกนี้จึงอยู่แบบผลประโยชน์ต่างตอบแทน แต่พื้นฐานคนไทยไม่ได้เป็นอย่างนั้น การแทรกแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจึงน่าจะทำได้ง่ายกว่าของคนต่างชาติ เรื่องนี้คงพูดกันยาว

มีเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นพูดกันบ่อย คือ นโยบายประชานิยม เวลาหาเสียงทุกพรรคล้วนเน้นนโยบายให้โดนใจชาวบ้านทั้งสิ้น ใครจะหาเสียงว่าต่อไปถ้าเป็นรัฐบาลจะเก็บภาษีอัตราสูงๆ ลดค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ลดข้าราชการ ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ มีหรือครับแบบนี้ พรรคไหนๆ ก็เน้นประชานิยมทั้งนั้น เพื่อให้คนเลือกเป็น สส. อีกอย่างเรื่องนโยบายมหภาคที่รัฐบาลต้องนำเสนอ ต้องทำให้คนมีรายได้จับจ่ายใช้สอย เพื่อให้สินค้าที่ผลิตในประเทศขายได้ เมื่อของขายได้ ก็เท่ากับทำให้คนมีงานทำ ไม่ต้องไปขายยาบ้า นโยบายสร้างรายได้จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้ารัฐบาลเน้นให้คนประหยัดอย่างสุดโต่ง เศรษฐกิจก็พังเพราะมีแต่คนออมไม่มีคนซื้อ แล้วจะเอารายได้มาจากไหน ดังนั้นรัฐบาลที่ฉลาดจะต้องดูแลเรื่องนี้ให้มาก

ผมจำได้ตอน ปชป.เป็นรัฐบาลงูเห่า จัดการให้คนประหยัดเป็นการใหญ่ หลวงตาบัวยิ่งขอรับบริจาคเพิ่มขึ้นบอกว่าจะเอาไปใช้หนี้ IMF (ท่านคิดแบบเก่าสมัยสุโขทัย) เงินก็หมุนเข้าไปเก็บไว้เฉยๆ เศรษฐกิจขาดสภาพคล่อง จำได้ไหมครับ คนต้องเอาของเก่ามาขายท้ายรถ เพื่อนผมหลายคนก็ต้องทำอย่างนั้น มิฉะนั้นก็ต้องอดตาย เศรษฐกิจสมัยงูเห่าอดอยากยากแค้น นายกชวนให้สัญญาว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นมาร่วม 3 ปีก็ยังเหมือนเดิม ยาบ้าเต็มเมืองเพราะคนไม่รู้จะทำมาหากินอะไร ทักษิณเข้ามาปรับแนวคิดใหม่ เพิ่มเงินหมุนเวียน ตอนนี้ใช้หนี้ IMF หมดแล้ว อัตราคนตกงานน้อยมาก ขนาดประเทศเพื่อนบ้านที่โดนพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งต้องมาดูงานเมืองไทย พอคนไทยสบายเข้าก็ลืมความหลัง ผมไม่อยากพูดมากตอนนี้เพราะจะเสียบรรยากาศ เพียงแต่จะบอกว่ารัฐบาลที่ดีมีหน้าที่ทำให้ประชาชนมีรายได้ ทำให้ประชาชนมีงานทำ คนผลิตสินค้าออกขายต้องขายได้ เท่านั้นแหละครับ และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปัจจัยเสริมทำให้เศรษฐกิจดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ ประชาชนมีความสุข เป็นเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพอย่างยังยืนนาน

เงินออมไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเงินในระบบ แต่เงินออมเป็นตัวดึงเงินหมุนเวียนในระบบออกไป ทำให้เกิดความฝืดเคืองในระบบเศรษฐกิจ การออมอาจมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจบ้างคือทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลง การลงทุนก็สูงขึ้น  อย่างไรก็ดีเงินที่ออกมาให้สินเชื่อในเศรษฐกิจยุคใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องมาจากเงินออมส่วนเดียว ต้องไปศึกษาทฤษฎีกำหนดดอกเบี้ยครับ ที่หลายคนคิดว่าเอาเงินออมมาให้คนลงทุนนะเป็นความคิดเก่าสมัยดั้งเดิม ตอนนี้ทุนนิยมพัฒนาเปลี่ยนรูปแบบไปมากมายแล้ว

ที่เห็นพูดคุยกันเรื่องออมไม่ออมในหลายกระทู้ ผมจับได้พวกเราสับสนระหว่างเศรษฐกิจจุลภาคกับ มหภาค คือ เศรษฐกิจจุลภาคเป็นเศรษฐกิจครัวเรือนซึ่งเราก็ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดให้สมแก่ฐานะของแต่ละครอบครัวแต่ละคน การรู้จักการลงทุนที่เสี่ยงน้อยผลกำไรมาก ฯลฯ อะไรทำนองนี้เป็นเรื่องเศรษฐกิจจุลภาคทั้งนั้น เป็นเรื่องของแต่ละครอบครัวที่จะต้องจัดการตัวเองให้เหมาะสม ความพอเพียงหรือไม่พอเพียงมันแทรกอยู่ในเศรษฐกิจจุลภาค แต่ที่ผมพยายามอธิบาย คือ คนรับผิดชอบเศรษฐกิจมหภาค หรือเศรษฐกิจของชาติ คือรัฐบาล ต้องมีหน้าที่สร้างงานให้ประชาชน และการสร้างงานทำได้โดยการเพิ่มมูลค่าการค้าขาย ขายได้มาก ผู้ผลิตเขาก็จ้างคนทำงานได้มากขึ้น เศรษฐกิจนายทุนมันก็เป็นอย่างนี้แหละครับ จะคิดแบบเก่าสมัยอยุธยาไม่ได้แล้วเพราะระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้ถึงยุคโลกาภิวัฒน์ ประเทศไม่มีพรมแดน ค้าขายกันผ่านอินเตอร์เน็ต จะเก็บภาษีกันอย่างไรเพราะคนมันซื้อขายทางเน็ต  เขาเรียกว่าเป็นยุคเศรษฐกิจใหม่ New economy รัฐบาลที่ขาดความเข้าใจในเรื่องนี้ทำให้ประเทศเสียโอกาส ออกไปค้าขายแข่งกับใครไม่ได้ เศรษฐกิจจะย่ำแย่หยุดอยู่กับที่ คนตกงาน ครอบครัวไม่มีงานทำก็เกิดปัญหาสังคม

ถูกครับทุนนิยมมันเรื่องของตัณหา เขาเอาตัณหามากระตุ้นให้มีการผลิตมากๆ ขายมากๆ คนก็จะได้มีงานทำเพิ่มขึ้น ต้องเพิ่มขึ้นทุกปีด้วยเพราะคนเกิดตลอดเวลา แต่ถ้าผลิตมากก็เท่ากับทำลายทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มขึ้นทุกวัน เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้สังคมเสื่อมโทรม มีโรคภัยแปลกๆเกิดขึ้น ส่วนตัวผมก็ไม่ได้เห็นด้วยเลย แต่จะช่วยอะไรได้เพราะมันเป็นเศรษฐกิจกระแสหลัก ประเทศคอมมิวนิสต์ เช่น จีน รัสเซีย หรือแม้เวียดนาม ยังต้องหันไปหาเศรษฐกิจการตลาดแบบทุนนิยม เราต่อต้านความเป็นไปของโลกได้อย่างไรครับ ประเทศไทยเล็กนิดเดียว ไม่มีอำนาจต่อรองอะไรมาก สุภาษิตว่า If you can't beat them, join them นี่แหละครับเราจึงต้องออกมาสู้กับโลก แต่จะให้เป็น Whatever will be, will be ก็คงเกินไป จะแก้อย่างไร ก็แนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี่แหละครับที่จะชะลอความเสื่อมสลายของโลก เศรษฐกิจพอเพียงกับเศรษฐกิจกระแสหลักมันทำงานพร้อมกันไป ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่อย่างที่เข้าใจกัน ผมเห็นสื่อยักษ์ใหญ่ยังเข้าใจผิดเขียนทำนองว่าต้องเลือกระหว่าง Trade economy (ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไรเหมือนกัน) กับเศรษฐกิจพอเพียง คนไม่เข้าใจก็เลยคิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงจะให้คนไทยถอยหลังลงคลองหรือยังไง มันไม่ใช่แน่นอนครับ

พระองค์ท่านเริ่มสอนประชาชนให้เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเริ่มจากเกษตรกรรายย่อยมีที่ทำกินแค่ 4-5 ไร่ ก็ทรงแนะนำวิธีการจัดการฟาร์มให้แค่พอกินก่อน แต่ถ้าเกษตรกรมีที่ทำกิน 50 ไร่ก็สามารถทำฟาร์มการค้าผลิตขายได้ หรือนักธุรกิจที่คิดขยายการผลิต ถ้าคิดในแง่ทฤษฎีทุนนิยมก็ถูกต้อง แต่ถ้าการขยายการผลิตทำให้ผู้ผลิตคนอืนเดือดร้อนต้องล้มเลิกกิจการไป อย่างนี้สังคมจะอยู่กันได้อย่างไร ต้องถามตัวเองว่าถ้าเราไม่ขยายกำลังผลิตมากเกินไป จะเสียหายหรือเดือดร้อนไหม คือให้มองแง่มุมความเป็นคนบ้าง เห็นอกเห็นใจกัน แทนที่จะฆ่ากันให้ตายไปข้าง ลองมาร่วมคิดร่วมทำดีกว่าไหม อยู่กันอย่างสบายใจจะดีกว่าไหม อะไรทำนองนี้ คือความพอเพียงมันแทรกอยู่ในทุกที่และใช้ได้กับทุกอย่างครับ สรุปคือถ้าโลภน้อยลงสักหน่อย การแข่งขันก็ไม่เคร่งเครียดมากนัก พวกเศรษฐีก็อยู่สบายใจ คนทำงานลูกจ้างก็สบายไม่ต้องตกงานครับ
8 June

เบอร์โทรสำหรับการดำรงชิวิต

>เบอร์ติดต่อร้านเหล้าทั่ว กทม. (Pub Tel. No. In BKK)
>Just for u !!! เบอร์ติดต่อร้านเหล้าทั่วกทม. หามาให้แด่ทุกท่านที่ยังดื่มได้
>
>
> 
>
>
>RCA
>New route66 east & west ...(01) 440-9666......หรือที่เบอร์ 06-3000-817
>Slim .... 02-203-0226-3............พี่ไวน์ 01-645-1177..
>3 Some ...0-2203-1240-7
>Club Astra .... 09-497-8422
>Prop Bar ... 02-203-0669
>REFEEL ...02-664-6459
>ONE DOLLAR ...คุณโจ ผู้จัดการ... 09-767-3482
>ทองหล่อสโมสร ...02-203-0516
>
>
> 
>
>
>ทองหล่อ/ เอกมัย
>booze ... 02-715-0763
>Room 25 - ทองหล่อ ซ.25 ....02-712-6448-9
>Santika ...เบอร์ 02-711-5887 และ 02-711-5830 หรีอ 01-351-8683 
>barburee ..เอกมัย ..
>02-392-4976-8
>Z-mood..เอกมัย ซ.2 ..02-714-0493
>นั่งเล่น - เอกมัย ....จองโต๊ะได้ที่.. คุณเอ้..0-1734-5102...เวลา 10.00 - 
>17.00 น. (ร้านปิดวันอาทิตย์)
>
>
> 
>
>
>ลิเบอตี้
>Bombay bar ... 02-819-3768 หรือ 02-714-9459
>ASHLEY'S RUMOUR ... 02-714-7861
>แจ่มบาร์ .. 01-832-0675
>
>
> 
>
>
>สุขุมวิท
>Bed supperclub ..สุขุมวิท 11.. 02-651-3537
>Bar24 ..sukhumvit 24(soi emporiam) .. 02-6611062 , 09-000-2424
>Narcissus ...สุขุมวิท 23 .... 02-258-4805
>Zanzibar ...สุขุมวิท 11 ... 02-651-2700
>
>
> 
>
>
>รัชดา ซ.4
>บางรัก .. 09-095-0990
>Snop .. 02-819-3659
>Gig club .. 01-834-5490
>MonKey .. 01-828-9371
>China bar .. 02-247-8823
>Blue Bar .. 01-820-2000 , 06-389-0011
>
>
> 
>
>
>หลังสวน(ลุม)
>70's Bar ... 02-253-4433
>
>
> 
>
>
>สีลม
>Speed ...สีลม ซ. 4 ... 01-818-5064
>Tapas ...สีลม ซ. 4 ... 02-632-7982
>
>
> 
>
>
>ข้าวสาร
>Silk Bar ... 02-281-9981
>The Club ..ข้าวสาร .. 02-629-1100
>Cinnamon ...ซ.รามบุตรี .. 02-629-4075
>
>
> 
>
>
>เลียบทางด่วน.. รามอินทรา
>Yes Indeed ... ถนน เกษตร- นวมินทร์ ..02-907-7844-7
>The Immortal ..ถนน เกษตร- นวมินทร์ ..02-570-9999
>The pool pub .. ถนน เกษตร- นวมินทร์ .. 02-578-3122-3
>The Glasshome Bar ..เรียบด่วนรามอินทรา-เหม่งจ๋าย 02-934-7222-4
>Camp of Havana ...ถนน เกษตร- นวมินทร์ ..02-905-1133
>กระฉูดผับ ...02-943-9531-4
>
>
> 
>
>
>อื่นๆ
>CAFE DE MOC ผับบนถนนราชดำเนิน.. หยุดทุกวันจันทร์
>... 02-662-2571
>Pump up .. 02-642-2222
> แซกโซโฟน - อนุสาวรีย์ .... 02-246-5472
>Wild west ..ถ.ทาวน์ อิน ทาวน์ .. 02-394-5161
>RETRO LIFE CAFE .. ศุนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ .. 02-229-3398-9
>River Bar ..เชิงสะพานกรุงธน..
>02-879-1747-8
>Bale bar .. ลาดพร้าว 35 .. 02-938-1518-9
>HELO(sarapa)..โชคชัย4 ซ.82..02.942-0911
>
>
> 
>
>
>และที่ลืมไม่ได้คือ...
>ทะเลบางกอก...พระรามเก้า-เยื้องRCA.....02-641-4818
7 June

โฆษณา เฉลิมพระเกียรติ์

ดูกี่ทีก็ไม่เบื่ออ่ะ
 
- โฆษณา AIS ชุดถังน้ำใจ
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=831

-โฆษณา TRUE ทำดีให้พ่อดู
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=833

-โฆษณา เฉลิมพระเกียรติ์ พ่อ...มองเห็นเราเสมอ
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=837

-โฆษณา เฉลิมพระเกียรติ์ In your heart
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=836

-โฆษณา เฉลิมพระเกียรติ์ พลังงานทดแทน
(ไม่มีลิงค์ครับ)

-โฆษณา กฟผ ชุด ตามรอยพ่อ
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=834

-โฆษณา TOT เด็กไทย
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=829

-โฆษณา บุญรอด ชุด เมืองไทยร่มเย็น
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=832

-โฆษณา เรารักพระเจ้าอยู่หัว เปลียยอดกตัญญู และปู่เย็น
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=693

-โฆษณา สำนักนายก ชุด พ่อคนเดียวกัน
http://www.adintrend.com/show_ad.php?id=830


"ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้คือ การได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือ คนไทยทั้งปวง"

ทรงพระเจริญครับ

ขอบคุณ http://www.adintrend.com/ ด้วยครับ
31 May

People for the King Expo

ไปงานนิทรรศการฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปีมา
 
ขอบอกว่างานนี้ อลังการ...มั๊ก..มากกกกก
 
ไปถึงตอน หกโมงเย็น กลับ สามทุ่ม เดินได้แค่ตึกเดียว ยังไม่ได้เข้า Impact เลย
 
งานจัดดีมาก ดูแล้วน่าจะลงทุนมหาศาลอยู่ แค่จอ LCD เราว่าไม่ต่ำกว่า 100 ยังไม่รวมไอ้พวกจอยักษ์อีก
 
 
รูปนี้เป็นน้ำตก ที่ตกลงมาเป็นรูปภาพต่างๆ มีหลายรูป ยืนตะลึงดูด้วยความสวย
 
อันนี้เค้าจะเขียนว่า ทรงพระเจริญ
 
 
 
 
ส่วนรูปนี้ เป็นหนึ่งในหลายๆรูป ที่เค้าเอามาโชว์ ในงานมีเป็นร้อยๆ รูปเลย
 
จริงๆ มีรูปบางรูปที่เค้าไม่ให้ถ่าย โดยเฉพาะรูปที่ในหลวงถ่ายเอง และรูปที่ในหลวงทรงวาดเอง
 
เราถ่ายมาเยอะ แต่เอามาลงบางรูป ลองดูใน photo album นะ
 
 
 
 
ตรงนี้เป็นบูธ ของเบียร์ช้าง จะเล่าเรื่องช้างต้น (ที่เป็นช้างเผือก) ข้างหลังนั่นเป็นส่วนที่จัดไว้
 
ไว้สำหรับไหว้ในหลวง เห็นคนส่วนใหญ่จะไหว้เหมือนไหว้พระเลย (เบญจางคประดิษฐ์)
 
จริงๆแล้ว เราควรไหว้แบบ ไม่แบบมือ และไหว้ทีเดียวถึงจะถูกนะครับ
 
 
 
 
นี่เป็นรูปสามมิติ ตรงกลางเป็นแตร เหมือนลอยๆ อยู่ มีแบบนี้อีกสองสามที่  เป็นรถไฟวิ่งออกมาก็มี
 
ตรงที่แสดงเพลงพระราชนิพนธ์อ่ะ ทำแบบเดียวกะที่นั่งฟัง ipod ที่สยาทพารากอนเลย แต่เยอะกว่ามากๆ
 
 
 
 
แต่ในงานชอบรูปนี้มากที่สุด เพราะไม่คอ่ยเห็นในหลงวผมยาว พอเจอรูปนี้
 
แบบว่า นี่แหละ ชอบเลย ดูแล้วถึงไม่ซึ้ง แต่ว่า สบายใจที่สุด
 
 
 
เพราะหมดตึกนี้ จะมีที่ให้เขียนคำอวยพร กะลังว่าจะจิ๊กกลับบ้านอันนึง
เผื่อไปห้อย ในบ้าน แต่สายไปล่ะ เพราะเพื่อนบี จะรีบกลับบ้านไปดูอุ้มบุญ
 
บ่นตั้งแต่เริ่มเข้าไปดูล่ะ แต่สุดท้ายก็ไม่ทัน เหอ เหอ ดูอุ้มกรู ไปก่อนล่ะกัน หุหุ
 
สุดท้าย รวมภาพประทับใจ เยอะมากๆ และนี่คิดนึงในนั้น
 
 
 
รูปสุดท้าย เอามาฝากเพื่อนๆ
 
 
 
 
 
ในหลวงเขียน แต่ไม่แน่ใจว่าหมายถึงไร สงสัยหัวไม่ถึง ใครรู้โปรดบอก
 
ปล อย่าลืมไปนะ ไม่งั้นจะใสเจีย พรุ่งนี้จะไปกะแม่อีกรอบ
ปล2 อย่าลืมใส่เสื้อเหลืองเด้อกละกล้องถ่ายรูป นะ กล้องถ่ายวิดีโอจะดีมาก
ปล3 ใครโปรถ่ายรูป บอกทีถ่ายงานยังไง ถึงจะออกมาสวยอ่ะ มันแบบมืดๆ ไฟเยอะๆ
 

Rungtrakulchai Rachata

職業
這個分享空間沒有任何的音樂清單。